มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเว็บไซต์ครีโม (Icecremo.com)

ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม


เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) จึงออกประกาศมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเว็บไซต์ครีโม (www.icecremo.com) โดยเฉพาะ ดังนี้

ข้อ 1

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศบริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเว็บไซต์ครีโม (www.icecremo.com) พ.ศ. 2568”

ข้อ 2

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3

บทนิยาม

“บริษัทฯ” หมายความว่า บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์)


“เว็บไซต์” หมายความว่า เว็บไซต์ครีโม www.icecremo.com


“บุคลากรของบริษัทฯ” หมายความว่า พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับเหมา ที่ปรึกษา และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทฯ ที่มีการเข้าถึงหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมผ่านเว็บไซต์


“ความมั่นคงปลอดภัย” หมายความว่า การธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ



“ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น

ข้อ 4

บุคลากรของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเว็บไซต์ ต้องตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ และประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

หมวด 1 มาตรการทั่วไป

ข้อ 5

บริษัทฯ ได้จัดทำมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเว็บไซต์ ซึ่งแบ่งออกเป็นมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 6

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ครอบคลุมการดำเนินการดังต่อไปนี้

  • การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • การกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบ (Need-to-Know Basis และ Principle of Least Privilege)
  • การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (User Access Management) เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การจัดให้มีระบบตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Trails) สำหรับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือโอนถ่ายข้อมูลส่วนบุคคล

หมวด 2 มาตรการสำหรับการจัดการข้อมูลแต่ละประเภท

ข้อ 7

ข้อมูลจากการสมัครแฟรนไชส์

บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากแบบฟอร์มสมัครแฟรนไชส์:

  • ข้อมูลจะถูกส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัย (HTTPS/TLS Encryption) จากเว็บไซต์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทฯ โดยตรง
  • การเข้าถึงข้อมูลการสมัครแฟรนไชส์จะจำกัดเฉพาะบุคลากรในฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็นเท่านั้น
  • ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลทางการเงิน (ถ้ามี) จะถูกจัดเก็บในรูปแบบที่เข้ารหัส (Encrypted) ทั้งขณะจัดเก็บและขณะส่งผ่านระบบ
  • บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลการสมัครแฟรนไชส์เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ส่งใบสมัคร เว้นแต่:
  • กรณีที่ได้รับการตอบรับเป็นแฟรนไชส์ ข้อมูลจะถูกเก็บตามอายุของสัญญาแฟรนไชส์
  • กรณีที่กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้นานกว่านั้น
  • กรณีที่ผู้สมัครร้องขอให้ลบข้อมูลก่อนกำหนด
  • เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาหรือเมื่อผู้สมัครถอนความยินยอม ข้อมูลจะถูกลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (Anonymization) ภายใน 30 วัน

ข้อ 8

ข้อมูลสมาชิก (Membership Data)
บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการลงทะเบียนสมาชิก:

  • รหัสผ่านของสมาชิกจะถูกจัดเก็บในรูปแบบ Hashing (ไม่สามารถถอดรหัสกลับได้) โดยใช้มาตรฐานการเข้ารหัสที่เป็นที่ยอมรับ (เช่น bcrypt, Argon2)
  • สมาชิกสามารถเข้าถึง แก้ไข หรือลบบัญชีของตนเองได้ผ่านฟังก์ชันในเว็บไซต์
  • บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลสมาชิกไว้ตราบเท่าที่บัญชีสมาชิกยังคงมีสถานะเปิดใช้งานอยู่
  • เมื่อสมาชิกลบบัญชีหรือขอถอนความยินยอม ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ภายใน 30 วัน
  • บริษัทฯ จะไม่นำข้อมูลสมาชิกไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 9

ข้อมูลจากการสอบถามหรือติดต่อ (Inquiry/Contact Data)
บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากแบบฟอร์มติดต่อ:

  • ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังแผนกที่เกี่ยวข้องภายใน 3 วันทำการ
  • ข้อมูลจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ส่งข้อสอบถาม
  • การตอบสนองต่อข้อสอบถามจะกระทำผ่านช่องทางที่ปลอดภัย (เช่น อีเมลของบริษัทฯ)
  • เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาเก็บรักษา ข้อมูลจะถูกลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้

ข้อ 10

ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลจากคุกกี้ (Technical & Cookie Data)
บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้สำหรับข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้และ Google Ads:

  • ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะไม่สามารถระบุตัวตนของสมาชิกหรือผู้สมัครแฟรนไชส์ได้โดยตรง (Non-Identifiable)
  • ข้อมูลจะถูกส่งไปยัง Google และผู้ให้บริการบุคคลที่สามภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) ที่มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม
  • ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อการตลาดได้ตามขั้นตอนในนโยบายคุกกี้
  • บริษัทฯ จะจัดให้มีกลไกขอความยินยอม (Consent Mechanism) ก่อนมีการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านคุกกี้เพื่อการตลาด

หมวด 3 มาตรการทางเทคนิค

ข้อ 11

บริษัทฯ จะดำเนินการตามมาตรการทางเทคนิคดังต่อไปนี้:

  • การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่ง (Encryption in Transit): ใช้ TLS (Transport Layer Security) เวอร์ชัน 1.2 หรือสูงกว่าสำหรับการเชื่อมต่อทั้งหมดระหว่างผู้ใช้งานและเว็บไซต์ (HTTPS)
  • การเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บ (Encryption at Rest): ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ (เช่น ข้อมูลแฟรนไชส์) จะถูกเข้ารหัสขณะจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์
  • การป้องกันระบบ: ติดตั้ง Firewall, Intrusion Detection System (IDS) และระบบป้องกันมัลแวร์สำหรับเว็บไซต์
  • การอัปเดตระบบ: ซอฟต์แวร์เว็บไซต์ ปลั๊กอิน และระบบปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องจะได้รับการอัปเดตตามความจำเป็นหรือเมื่อพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
  • การสำรองข้อมูล: จัดให้มีการสำรองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะ พร้อมทั้งมีแผนการกู้คืนข้อมูลในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • การควบคุมการเข้าถึงระบบหลังบ้าน (Admin Access Control): ใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication - MFA) สำหรับการเข้าถึงระบบบริหารจัดการเว็บไซต์
  • การทดสอบความปลอดภัย: ดำเนินการทดสอบความปลอดภัยของเว็บไซต์ (เช่น Vulnerability Scan, Penetration Test) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

หมวด 4 มาตรการด้านบุคลากรและการบริหารจัดการ

ข้อ 12

บริษัทฯ จะดำเนินการตามมาตรการด้านบุคลากรดังต่อไปนี้:

  • กำหนดให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเว็บไซต์เข้ารับการฝึกอบรมเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • จัดให้มีนโยบายการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล (Access Control Policy) โดยจะทบทวนสิทธิการเข้าถึงของบุคลากรทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • กำหนดให้บุคลากรทุกคนลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับ (Confidentiality Agreement)
  • จัดให้มีระบบการบันทึกและติดตามการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Logging & Monitoring) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

หมวด 5 มาตรการสำหรับผู้ให้บริการบุคคลที่สาม

ข้อ 13

บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้สำหรับผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล:

  • จัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement - DPA) กับผู้ให้บริการทุกราย ซึ่งต้องมีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
  • ผู้ให้บริการรายสำคัญสำหรับเว็บไซต์นี้ ได้แก่:
  • ผู้ให้บริการโฮสติ้งและเซิร์ฟเวอร์
  • Google (Google Analytics และ Google Ads)
  • ผู้ให้บริการระบบอีเมล (ถ้ามี)
  • กำหนดให้ผู้ให้บริการแจ้งเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ โดยทันทีเมื่อทราบเหตุการณ์
  • ทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ให้บริการเป็นประจำ

หมวด 6 การจัดการเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 14

เมื่อเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้:

  • การระงับเหตุการณ์เบื้องต้น: แยกส่วนที่ได้รับผลกระทบ ปิดการเข้าถึงระบบหากจำเป็น เพื่อจำกัดขอบเขตของเหตุการณ์
  • การสอบสวน: ระบุสาเหตุ ขอบเขต และข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ โดยทีมสอบสวนที่ได้รับการแต่งตั้ง
  • การแจ้งหน่วยงาน: แจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุการณ์ (เว้นแต่การละเมิดไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล)
  • การแจ้งเจ้าของข้อมูล: แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบทราบ หากการละเมิดก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยระบุลักษณะของเหตุการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ควรดำเนินการ
  • การป้องกันการเกิดซ้ำ: ทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ
  • การบันทึกเหตุการณ์: บันทึกเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อเท็จจริง เหตุผล ผลกระทบ และมาตรการที่ดำเนินการ

หมวด 7 การทบทวนและการปรับปรุงมาตรการ

ข้อ 15

บริษัทฯ จะทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ในกรณีดังต่อไปนี้:

  • เมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป
  • เมื่อเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (เว้นแต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล)
  • อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

การทบทวนจะคำนึงถึงระดับความเสี่ยง ปัจจัยทางเทคโนโลยี บริบท สภาพแวดล้อม มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หมวด 8 การบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ROPA)

ข้อ 16

บริษัทฯ จะจัดทำและเก็บรักษาบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing Activities - ROPA) สำหรับเว็บไซต์ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย:

  • ชื่อและรายละเอียดการติดต่อของบริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล
  • วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท
  • ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลและประเภทของเจ้าของข้อมูล
  • ประเภทของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล (รวมถึงผู้รับในต่างประเทศ)
  • ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล
  • มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ใช้

ข้อ 17

บริษัทฯ อาจประกาศแนวปฏิบัติเพื่อกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

ข้อ 18

หากข้อกำหนดใดในประกาศนี้ขัดแย้งกับกฎหมายที่ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว

**ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568**